ใครเป็นอย่างไร? เปิดแข้งทีเด็ดคู่แข่งกลุ่ม A ที่ช้างศึกU23 ต้องระวัง

3 ชาติ คู่แข่งที่ทัพช้างศึกU23 ต้องเจอ ผลงานที่ผ่านมาเป็นอย่างไร และมีนักเตะรายใดบ้างที่จัดเป็นตัวอันตราย ติดตามได้ที่นี่...

ศึกชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี 2020 กำลังจะระเบิดขึ้น ทีมชาติไทย ภายใต้การนำของ อากิระ นิชิโนะ กุนซือชาวญี่ปุ่น ต้องพบงานหนักเมื่อคู่แข่งล้วนอยู่ในระดับเอเชียอย่าง ทีมชาติอิรัก ดีกรีแชมป์ 1 สมัย รวมถึง ออสเตรเลีย และ บาห์เรน ที่ล้วนแล้วงานหินทั้งสิ้น

นี่คือรายการที่มีตั๋วลุยโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่ญี่ปุ่น เป็นเดิมพัน ดังนั้นไม่มีใครยอมใคร ที่ผ่านมาแต่ละชาติวางโปรแกรมเก็บตัวต่อเนื่องเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันครั้งนี้ อีกทั้งทุกทีมยังเรียกผู้เล่นตัวเก่งเข้ามาร่วมทัพ

3 ชาติ คู่แข่งที่ทัพช้างศึกU23 ต้องเจอ ผลงานที่ผ่านมาเป็นอย่างไร และมีนักเตะรายใดบ้างที่จัดเป็นตัวอันตราย ติดตามได้ที่นี่...

ทีมชาติอิรัก
ผลงานดีสุด : แชมป์ปี 2013
นับตั้งแต่คว้าแชมป์มาครองในปี 2013 พวกเขาก็ไม่เคยไปถึงโทรฟี่แชมป์อีกเลย ใกล้เคียงสุดคือปี 2016 จากการคว้าอันดับ 3 หลังเฉือน กาตาร์ 2-1

ขณะที่หนล่าสุด(2018) พลิกพ่าย เวียดนาม ของ ปาร์ค ฮัง ซอ ในการดวลจุดโทษ และตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย อย่างไรก็ตามในปีนี้ พวกเขากลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิมเมื่อไม่เสียประตูให้คู่แข่งตลอด 3 นัด ในรอบคัดเลือก เริ่มต้นด้วยการถล่ม เยเมน 5-0 , ชนะ เติร์กเมนิสถาน 2-0 และปิดท้ายเสมอ อิหร่าน 0-0 เข้ารอบสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่ม C

คีย์แมน : มูรัด ซูเบห์
มูรัด ซูเบห์ กองหน้าตัวเก่งคือหนึ่งในแข้งที่น่าจับตามองมากที่สุด เจ้าของตำแหน่งดาวยิงสูงสุดของทีมในรอบคัดเลือกหลังซัดไป 3 ประตู มีส่วนสำคัญช่วยให้ทีมชาติอิรัก ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายได้สำเร็จ

เขาคือกองหน้าวความหวังที่จะพาทัพสิงโตเมโสโปเตเมีย ทวงคืนบัลลังก์แชมป์เอเชียU23 และก้าวสู้เส้นทางโอลิมปิกเกมส์อีกครั้ง...

ทีมชาติออสเตรเลีย
ผลงานดีสุด : รอบ 8 ทีม ปี 2013
ก่อนหน้านี้ขุนพลออสซี เคยไปไกลสุดในศึกชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เพียงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ซึ่งเกิดขึ้นในปี 2013 แต่หลังจากนั้นพวกเขาจอดป้ายเพียงรอบแบ่งกลุ่มสองปีติดต่อกัน(2016,2018)

ทว่าปีนี้ เกรแฮม อาร์โนล กุนซือซอคเกอร์รูส์ หมายมั่นปั้นมือพาทีมคว้าแชมป์เอเชีย 2020 ให้ได้ โดยวางโปรแกรมเก็บตัวต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกันยายน ที่ผ่านมา และร่วมโม่แข้งในศึกดาซู คัพ ที่จีน เอาชนะเจ้าภาพ 5-1 ก่อนถล่ม เกาหลีเหนือ 4-0 และปิดท้ายเฉือน ลิทัวเนีย 1-0 ซิวแชมป์มาครองได้สำเร็จ

ส่วนผลงานในรอบแบ่งกลุ่มที่ผ่านมาต้องลุ้นหนักพอสมควรเมื่อถูกจับอยู่สายเดียวกับ เกาหลีใต้ แต่ยังผ่านเข้ารอบสุดท้ายได่สำเร็จในฐานะรองแชมป์กลุ่ม H ดวยผลงานชนะ 2 เสมอ 1

คีย์แมน : อัล ฮัสซัน ตูเร
หัวหอกเชื้อสายกินีวัยเพียง 19 ปี ที่ถูกเรียกเขามาติดทีมเป็นครั้งแรก ซึ่งมีทั้งความแข็งแกร่ง และความเร็ว เป็นอาวุธเด็ดในการต่อกรคู่แข่งร่วมสายทั้งเจ้าภาพทีมชาติไทย , อิรัก และ บาห์เรน

ขณะเดียวกันในการประกาศรายชื่อ 23 คนสุดท้าย กุนซือวัย 56 ปี นอกจากจะมีนักเตะที่ค้าแข้งอยู่ในประเทศเกินครึ่งทีม พวกเขายังทำการเรียกนักเตะที่เล่นอยู่ในยุโรปมาร่วมทัพมากถึง 9 ราย ล้วนแล้วแต่คุณภาพครบเครื่อง นำโดย จาค็อป อิตาเลียโน ปีกตัวเก่งที่เล่นอยู่กับทีมสำรองของ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบลัค ในลีกกาสอง เยอรมัน ที่ยิงไป 2 ประตู จากการลงสนาม 13 นัด ก็พร้อมสร้างอันตรายกับคู่แข่งร่วมกลุ่ม

ทีมชาติบาห์เรน
ผลงานดีสุด : เข้ารอบสุดท้ายครั้งแรก ปี 2020
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2018 บาห์เรน มีผลงานที่ไม่ดีนักในรอบแบ่งกลุ่มเมื่อชนะ 1 แพ้ 2 ตกรอบแบ่งกลุ่มด้วยอันดับรองบ๊วย และเป็นอีกปีที่พวกเขาไม่ประสบความสำเร็จในรายการนี้

อย่างไรก็ตามครั้งนี้พวกเขามีผลงานที่ยอดเยี่ยม เมื่อเปิดหัวด้วยการเอาชนะ บังคลาเทศ 1-0 ตามด้วยถล่ม ศรีลังกา 9-0 และชนะ ปาเลสไตน์ 2-0 ในรอบแบ่งกลุ่ม สามารถผ่านเข้ารอบสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่ม B ด้วยสถิติเก็บชัย 3 นัดรวดแบบไม่เสียประตู

นี่คือการผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายในศึกชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ครั้งแรกของพวกเขา ทั้งยังใช้งานผู้เล่นทั้ง 23 ราย ที่ค้าแข้งอยู่ในประเทศทั้งสิ้น

คีย์แมน : โมฮัมเหม็ด อัล ฮาร์เดน
กองกลางวัย 22 ปี ขยับขึ้นไปเป็นแกนหลักของทีมชุดใหญ่เป็นที่เรียบร้อย และมีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมในปี 2019 หลังซัดประตูใส่ อิหร่าน ในเกมฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 2022 พาทีมเฉือนชัย 1-0

อัล ฮาร์เดน มีประสบการณ์จากชิงแชมป์เอเชียหนก่อนที่เขารับบทกัปตันทีมU23 ในวัยเพียง 20 ปี นอกจากนี้ก่อนลุยศึกชิงแชมป์เอเชีย 2020 เจ้าตัวเพิ่งช่วยบาห์เรนชุดใหญ่คว้าแชมป์ WAFF 2019 ร่วมกับ อาห์เหม็ด บักห์หามมาร์ กองหลังวัย 22 ปี ที่ถูกเรียกตัวขึ้นชุดใหญ่เช่นเดียวกัน